แปล อ้างอิง และสรุปเรียบเรียงความหมายของคำว่า
การออกแบบตัวพิมพ์ (Type Design)
คำศัพท์เกี่ยวกับ “Font” มีหลายคำที่เราอาจพบเจอได้บ่อยๆ ซึ่งแต่ละคำมักมีความหมาย ที่ใกล้เคียงกัน จนหลายๆ คนนำไปใช้ผสมกันไปมา หรือบางคนก็เรียกรวมๆ ทั้งหมดว่าฟอนต์ ไป ทางผู้จัดทำจึงได้สืบค้นหาความหมายจากที่มาต่างๆ ดังนี้
ที่มาหนังสือ The Principles of Typography
ผู้แต่งหนังสือ จุติพงศ์์ ภูสุมาศ![]() |
ภาพที่ 1 : หนังสือ The Principles of Typography
ที่มา : น.ส.ภรูรอง กตัญญตานุรักษ์
|
“Characte” (ตัวอักษร) จุดกำเนิดของฟอนต์เริ่มมาจากสิ่งสำคัญที่เรียกว่า “ตัวอักษร” ซึ่งเป็นสิ่งที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ และถือเป็นเอกลักษณ์ประการหนึ่งของชาติที่ควรจะรักษาไว้ โดยแตก่อนนั้นการผลิตสื่อที่ต้องมีการเรียงกันของตัวอักษร เช่น หนังสือ หรือใบประกาศต้องอาศัยแรงงานคนในการเขียน ส่งผลให้ตัวอักษรตัวเดียวกันแต่คนละคนเขียน หรือแม้แต่เป็นคนเดิมเขียนก็ตาม มักจะให้ลักษณะขของตัวอักษรที่ต่างกัน ทำให้มาตรฐานที่ได้ไม่เท่ากัน ด้วยเหตุที่ต้องการสร้างมาตรฐานนี่เอง ฟอนต์จึงถูกสร้างขึ้นและได้รับการพัฒนาอย่าง
ต่อเนื่อง เรื่องมาจนเราสามารถนำมาใช้ได้อย่างง่ายดาย ด้วยการเคาะแป้นพิมพ์บนคีย์บอร์ดนี่เอง
“Font” (กลุ่มตัวอักษร) ฟอนต์คือ กลุ่มของตัวอักษรที่พิมพ์ได้ หรือแสดงผลได้ตามแบบที่กำหนดและขนาดที่ต้องการ ดังนั้นความเป็นจริงแล้วฟอนต์ไม่ได้หมายถึงตัวอักษรที่พิมพ์หรือแงดผลผ่านคอมพิวเตอร์อย่างที่หลายๆ คนเข้าใจเท่านั้น เพราะอย่างตัวอักษรบนเครื่องพิมพ์ดีดที่ไม่มีระบบไฟฟ้ามาเกี่ยวข้อง ก็เรียกว่าเป็นฟอนต์ได้เช่นเดียวกัน
“Type” (ตัวพิมพ์) ตัวพิมพ์นั้น ครอบคลุมถึงตัวอักษร ตัวเลข สัญลักษณ์ สระ วรรณยุกต์ เครื่องหมายวรรคตอน และอาจรวมไปถึงอักษรภาพ เช่น อักษรจีน หรือสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ ที่ออกแบบให้มีลักษณะ ขนาด และรูปแบบที่แต่างต่างกัน
Siam HTML เว็บไซด์ให้ความรู้เกี่ยวกับการออกแบบเว็บไซด์
![]() |
ภาพที่ 2 : แสดงภาพของหน้าเว็บไซด์ Siam HTML
ที่มา : น.ส.ภรูรอง กตัญญตานุรักษ์
|
“Font” มาจากคำว่า “fount” ซึ่งแปลว่า “สิ่งที่ถูกหลอม” ในสมัยก่อน การจะพิมพ์ตัวหนังสือลงไปบนอะไรสักอย่างจะต้องใช้ “ตัวพิมพ์” ซึ่งมักจะสร้างมาจากโลหะที่เอามาหลอมลงในแม่พิมพ์ ซึ่งหมายความว่า หากเราอยากได้ตัวหนา ตัวกว้าง ตัวเอียง หรือแม้แต่ตัวขนาดใหญ่ขึ้น เราจำเป็นจะต้องสร้าง “ตัวพิมพ์” ขึ้นมาใหม่ เพื่อมารองรับตัวอักษรแบบนั้นๆ โดยเฉพาะ และนี่เอง ที่ทำให้เราเรียก “รูปแบบ” ของตัวอักษรที่แตกต่างกันเรียกว่า “font” แต่ในปัจจุบัน ซึ่งเปลี่ยนจากยุคของโลหะมาเป็นยุค digital ทำให้ขนาดของตัวอักษรนั้นสามารถเพิ่มหรือลดได้โดยง่าย นิยามของคำว่า “font” จึงเปลี่ยนไปเล็กน้อย เหลือแค่ความต่างกันในด้านของ ความหนา ความกว้าง และ ความเอียง เท่านั้น
“Type” คือแบบของตัวอักษร ที่ออกแบบหรือคิดค้นขึ้นมาโดย “นักออกแบบตัวอักษร” ซึ่งในแต่ละ type จะมี shape ที่แตกต่างกันออกไป ส่วน Font นั้นเป็นเพียง “รูปแบบ” หรือ “ลักษณะ” หนึ่ง ของ typeface ครับ ตัวอย่างเช่น “Helvetica Bold Condensed Italic” เป็นคนละ font กับ “Helvetica Condensed Italic” และ “Helvetica Bold Condensed” แต่ทั้ง 3 fonts นั้น ถือว่าอยู่ใน typeface เดียวกัน ซึ่งก็คือ “Helvetica”
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
“อักษร” (อังกฤษ: alphabet) คือ สัญลักษณ์ หรือ เครื่องหมาย สำหรับใช้แทนหน่วยเสียง ในภาษาหนึ่งๆ โดยเรียกรวมทั้งชุดหรือทั้งระบบ โดยทั่วไป อักษรแต่ละตัว มักจะใช้แทนหน่วยเสียงหนึ่งๆ ซึ่งอาจเป็นเสียงสระ พยัญชนะ หรือหน่วยเสียงปลีกย่อยอื่นๆ เช่นอักษรโรมัน อักษรไทย อักษรมอญ โดยทั่วไปเรียกกันว่า "ตัวหนังสือ"
อย่างไรก็ตาม สัญลักษณ์แทนเสียงในบางภาษาอาจใช้แทนเสียงของพยางค์ หรือคำ ก็ได้ เช่น อักษรจีน หรือตัวหนังสือจีน (นักวิชาการบางสำนักไม่ถือว่าตัวหนังสือจีน เป็น "อักษร" ตามนิยามของคำว่า alphabet ในภาษาอังกฤษ แต่เรียกว่า ideogram คือสัญลักษณ์แทนคำ หรือหน่วยคำ) แบบแผนว่าด้วยตัวหนังสือนั้น ในตำราภาษาไทย เรียกว่า อักขรวิธี ซึ่งว่าด้วยการเขียน การอ่าน การประสมอักษร และการใช้อักษรอย่างถูกต้อง
อักษรอาจใช้สำหรับภาษาหนึ่ง ๆ หรือใช้กับหลายภาษาก็ได้ ด้วยเหตุนี้ จึงมักจะมีความเข้าใจสับสน ระหว่าง คำว่า อักษร และภาษา อยู่เสมอ ตัวอย่างเช่น อักษรโรมัน ใช้เขียนภาษาต่างๆ หลายภาษาในยุโรป โดยมีการดัดแปลงเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้สามารถแทนเสียงในภาษาของตนได้ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาสเปน เป็นต้น รวมทั้งภาษาในภูมิภาคอื่นๆ เช่น ภาษามลายู ภาษาจีนและภาษาเวียดนาม (ดัดแปลงตัวอักษร) เป็นต้น
มีหลายประเทศใช้อักษรที่แตกต่างกันตามเวลาเช่น อักษรในสมัยโบราณ เมื่อเวลาผ่านไป ก็เปลี่ยนรูปร่างไปเป็นอักษรปัจจุบัน หรือเปลี่ยนไปใช้อักษรชนิดอื่นโดยสิ้นเชิง
“ฟอนต์” หรือในชื่อไทยว่า ชุดแบบอักษร (อังกฤษ: typeface หรือ font) คือชุดของรูปอักขระ (glyph) ที่ได้รับการออกแบบไว้อย่างเป็นเอกภาพด้วยรูปแบบเฉพาะตัว
“ไทป์” อาจประกอบด้วยตัวอักษร ตัวเลข เครื่องหมายวรรคตอน และอาจรวมไปถึงอักษรภาพ (ideogram) เช่นอักษรจีนหรือสัญลักษณ์ต่างๆ เช่นสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์หรือทางเทคนิค
สรุปและเรียบเรียงความหมายตามความเข้าใจ
“Character” (ตัวอักษร) คือสัญลักษณ์ที่ใช้แทนหน่วยเสียงทางภาษาชนิดหนึ่ง มีหลายรูปร่างๆ ใช้แทนเสียงที่ต่างกันไป สามารถนำเขียนหรือพิมพ์รวมกันให้เกิดเสียงใหม่ และให้เป็นคำที่มีความหมายตัวอักษรนั้นได้เกิดขึ้นได้ทั้งจากการเขียนด้วยลายมือมนุษย์และเครื่องพิมพ์ในระบบต่างๆ ในแต่ละประเทศก็จะมีภาษาที่แตกต่างกัน ตัวอักษรก็มีหลากหลายต่างกันไปด้วย
![]() |
ภาพที่ 3 : แสดงภาพของ "Character" (ตัวอักษร)
ที่มา : น.ส.ภรูรอง กตัญญตานุรักษ์
|
“Font” (กลุ่มตัวอักษร) คือชุดของตัวอักษรที่สามารถพิมพ์ได้ ทั้งกับเครื่องที่ไม่ได้ใช้ระบบไฟฟ้าและใช้ระบบไฟฟ้า (Digital) แสดงผลได้ตามแบบที่กำหนดและขนาดที่ต้องการฟอนต์แต่ละชุดจะมีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ทำให้แต่ละฟอนต์มีความแตกต่างกันออกไป
![]() |
ภาพที่ 4 : แสดงภาพของ "Font" (ชุดตัวอักษรภาษาไทย)
ที่มา : น.ส.ภรูรอง กตัญญตานุรักษ์
|
“Type” (ชุดตัวพิมพ์) คือชุดของตัวอักษรที่มีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่พิมพ์ได้ แสดงผลได้ตามแบบที่กำหนดและขนาดที่ต้องการ ครอบคลุมถึงตัวอักษร ตัวเลข สัญลักษณ์ สระ วรรณยุกต์ เครื่องหมายวรรคตอน และอาจรวมไปถึงอักษรภาพ เช่น อักษรจีน หรือสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ ที่ออกแบบให้มีลักษณะ ขนาด และรูปแบบที่แต่างต่างกัน
ภาพที่ 5 : แสดงภาพของ "Type" (ชุดตัวพิมพ์ไทย ชื่อซีอาร์ยู-ลานจันทร์)
ที่มา : http://thaifont.info/wp-content/uploads/2012/04/prachid-CRU-LanChand-2o11-550.jpg |
“Type Design” (การออกแบบชุดตัวพิมพ์) คือการออกแบบชุดของตัวอักษรที่มีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่พิมพ์ได้ ให้แสดงผลได้ตามแบบที่กำหนดและขนาดที่ต้องการ ครอบคลุมไปถึงการออกแบบ ตัวเลข สัญลักษณ์ สระ วรรณยุกต์ เครื่องหมายวรรคตอน อาจรวมไปถึงอักษรภาพ เช่น อักษรจีน หรือสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ ที่ออกแบบให้มีลักษณะ ขนาด และรูปแบบที่แต่างต่างกัน




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น